GunPla100

Crossbone Gundam
 
 
หลังจากสงครามกับกองกำลังครอสโบนจบลง สันติสุขได้กลับสู่อวกาศอีกครั้ง จนกระทั่งได้เกิดเหตุการณ์ยานอวกาศระหว่างโลกและดาวพฤหัสฯถูกโจมตีโดยเหล่าโจนสลัดที่ใช้ชื่อว่าครอสโบนแวนการ์ด เด็กหนุ่มนักเรียนโทเบียได้เข้าร่วมกับกองกำลังโจรสลัดครอสโบนเมื่อทราบความจริงว่าดาวพฤหัสฯได้มีการซ่องสุมกำลังเพื่อโจมตีโลก และได้เป็นนักบินของครอสโบนกันดั้ม MSรุ่นล่าสุดในFormula Project ของบริษัทSNRI ซึ่งได้มอบF-97ให้กับกองกำลังโจรสลัดครอสโบนแวนการ์ดเพื่อใช้เก็บข้อมูลในการรบจริง ซึ่งตัวF-97ได้ออกแบบเน้นไปที่การรบระยะประชิดด้วยกำลังขับเคลื่อนที่มากกว่าMSปกติ เพื่อที่จะสามารถจัดการข้าศึกที่มีบีมชิลด์ได้ หลังจากจบสงครามกับดาวพฤหัสฯ บริษัทSNRI ไม่สามารถขายครอสโบนกันดั้มให้กับทางสหพันธ์ได้เนื่องจาก ครอสโบนกันดั้มถูกทหารสหพันธ์พบเห็นเป็นข้าศึกในช่วงสงคราม ซึ่งSNRIไม่ต้องการที่จะถูกแฉว่าเคยขายMSให้ทางครอสโบนแวนการ์ด จึงต้องจำใจปิดโครงการนี้ลงแม้จะได้มีการผลิตชิ้นส่วนของครอสโบนกันดั้มออกมาจำนวนนึงแล้วก็ตาม
 
 
 
Crossbone Gundam Custom ถูกดัดแปลงโดยใช้ชิ้นส่วนที่เหลือของSNRIมาประกอบและติดตั้งปืนลำแสงพลังสูง Megabeam Rifle เพื่อเพิ่มความสามารถในการโจมตีระยะไกล และเกราะบางส่วน
 
 
Crossbone Gundam จะมีการติดตั้ง Core Fighter
 
 
Crossbone Gundam จะมีการติดตั้งอาวุธจำนวนมากไว้ในตัว
Brand Marker สนับลำแสง
Scissor Anchor แขนกลติดโซ่ที่กระโปรงหน้า
 
Heat Dagger ที่เก็บที่ขา สามารถปล่อยใบมีดออกจากฝ่าเท้าได้
Scerw Whip แส้หัวสว่าน
 
Beam Saber ที่เก็บซ่อนที่ไหล่
 
 
Mega Beam Sword ที่สามารถผ่าบีมชิลด์ได้สบายๆ
 
Mega Beam Rifle ที่ติดตั้งเพิ่ม
Mega Beam Rifle Ex Mode เพิ่มระยะยิง และพลังทำลายล้าง
ผ้าคลุม Anti Beam ที่สามารถทนอาวุธลำแสงทั่วไปได้ถึง3นัด
เมื่อCrossbone Gundam เร่งพลังจนถึงขีดสุดส่วนปากจะเปิดออก ทำให้มีทั้งพลังและความรวดเร็วเพิ่มขึ้น
 
 
 
ก็เป็นงานโมเก่าอีกตัว เป็นตัวแรกที่ติดสติ๊กเกอร์ตามแบบVer.Ka คือแปะเต็มตัวไปหมดเล่นเอาเหนื่อย และทำใ้ห้รู้ว่าหลังจากนี้ติดดีคอลจะดีกว่าเพราะสติ๊กเกอร์ลอกง่ายมาก
 
 
ก็ยังคงเอาโมเก่ามาลงเรื่อยๆ เพราะทำโมใหม่ไม่เสร็จ (ฮา)  จริงๆก็ว่าจะเสร็จซักอาทิตย์นี้แหละรอหาดีคอลกะอินาเมลมาตัดเส้นก่อน
 
F-91
หลังจากที่ SNRI ได้พัฒนา MS ทดสอบสำหรับรุ่นขับไล่ F-90 ซึ่งได้มีการทดสอบระบบต่างๆมากมายทั้งระบบอาวุธและระบบคอมพิวเตอร์ SNRIก็ได้สร้างMS ต้นแบบเครื่องแรกสำหรับรุ่นขับไล่เป็นผลสำเร็จในชื่อ F-91 โดยได้อ้างอิงระบบอาวุธจาก F-90 V-Type และติดตั้งสมองกล Bio-Computer ที่ทดสอบใน F-90II ทำให้ F-91 กลายเป็นMSที่ทันสมัยที่สุด โดยใช้เวลาพัฒนาตั้งแต่ปี UC116 จนมาแล้วเสร็จในปี UC123 แต่ทว่าในช่วงนั้นได้เกิดกรณีพิพาทCrossbone Vanguard เข้ายึดโคโลนี่Frontier ทำให้ต้องขนF-91 หนีไปFrontier1 ด้วยยานชั้นคล็อป Space Ark ถึงแม้ F-91จะสร้างเสร็จแล้วแต่ก็ยังใช้งานไม่ได้เพราะยังไม่ได้เชื่อมระบบสมองกล Bio-Computer ที่พัฒนาโดยดร.โมนิก้า อาร์โน จนกระทั่งยาน Space Arkได้ช่วยเหลือลูกของดร.โมนิก้าซึ่งได้ไขปริศนาสุดท้ายของการเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์ และเนื่องจากยาน Space Ark เป็นยานสำหรับฝึกหัดจึงไม่มีนักบินมากพอ จึงได้เลือก ซีบุค อาร์โน ลูกชายของดร.โมนิก้าที่มีความสามารถบังคับ MS มาขับF-91 และได้กลายเป็นผู้ปิดฉากสงครามระหว่าง EFSE กับกองกำลังครอสโบน หลังจากนั้นเป็นต้นมา F-91ก็ได้ถูกผลิตออกมาเป็นจำนวนจำกัดให้กับนักบินที่มีฝีมือEFSF
 
 
 
F-91 Blue Tempest

 
 
 
เป็นMSรุ่นทดสอบ ที่ปรับปรุงเพิ่มจากF-91 เพื่อทดสอบอาวุธและระบบพลังงาน โดยทำการเพิ่มเกราะในบางจุด และเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธให้มากขึ้น
 
Beam Rifle ปรับจากแบบใช้พลังงานจากตัวMSเป็นใช้ Energy Pack แทน เพื่อลดการกินพลังงานของMS
Mega Beam Saber ดาบลำแสงที่เพิ่มพลังทำลายให้มากกว่าปกติเพื่อให้สามารถตัดโล่แสงของศัตรูได้
Beam Saber ดาบลำแสงแบบเดิมที่เก็บข้างเอว
Beam Shield ที่มีการติดตั้งที่แขนข้างขวาเพิ่ม
 
 
 
 
Long Variable Speed Beam Rifle (VSBR) ปืนลำแสงเมก้าพาติเคิล ที่ดัดแปลงจาก VSBRเดิมโดยเพิ่มความยาวและขนาดลำกล้องเพื่อให้ยิงได้ไกลและแรงขึ้น ซึ่งจะติดตั้งอยู่ที่หลังของF-91 เมื่ออยู่ในสภาพพับเก็บจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วย AMBAC System ทำให้MSมีการเคลื่อนไหวดีขึ้น
 
 
 
เมื่อ F-91 เร่งเครื่องจนถึงขีดสุดทำให้อุณหภูมิในตัวเครื่องสูงขึ้นและจะทำการปล่อยความร้อนออกจากตัวMS ทำให้ต้องเปิดใบหน้า และครีบระบายความร้อนที่ไหล่ ด้วยความร้อนที่ระบายออกมาทำให้เกิดการระเหิดของผิวนอกเกราะกลายเป็น MePE (Metal Peel-off Effect) ก่อให้เกิดภาพลวงตาเป็นร่างของMSซ้อนกันหลายภาพ
 
จากการที่ Blue Tempest ได้เพิ่มประสิทธิภาพอาวุธประเภทลำแสงจำนวนมากทำให้ตัว MS มีอุณหภูมิสูงขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ และเกิดMePEได้ง่าย แต่ทว่าก็ทำให้ตัวMS Overheatง่ายทั้งยังกินพลังานมากกว่าปกติ กลายเป็นข้อจำกัดให้ไม่สามารถปฏิบัติงานเป็นเวลานานๆได้ มีความยุ่งยากในการควบคุม จึงไม่ได้นำมาผลิตใช้งานจริง
 
 
ตัวนี้เป็นตัวแรกๆที่มีการใช้พลาสติคชีทกับอีโป้เสริมนู่นเสริมนี่ แถมมีการเอาชิ้นส่วนโมจีนมาเติมเข้าไปบางชิ้น ตอนนั้นฝีมือยังไม่ได้เรื่อง (ตอนนี้ก็ยังอ่อนอยู่อะนะ)ทำให้ออกมาบางจุดยังดูไม่ถูกใจ ดีเทลโมจีนก็เลือนๆ ส่วนเวสเปอร์ก็เอาดาบของ X Gundam กับปลายกระบอกปืนของดับเบิ้ลแซทเทิลไลท์แคนนอนมาผสมๆกันค่อนข้างถูกใจรูปทรงเสียแค่รอยอีโป้ยังชัดไปหน่อย จากMGตัวนี้ได้จุดประกายให้ผมทำ MG Inside อย่างF-90 และ Heavy Gun ที่เคยลงไปก่อนหน้านี้ เพราะส่วนตัวแล้วผมชอบF-91มาก สมัยที่F-91พึ่งออกกันพลาตอนนั้นได้มีกันพลาเข้ามาขายในห้างบางส่วน ทำให้ผมได้มีโอกาสได้ต่อF-91ซึ่งเป็นกลายกันพลาReal Typeตัวแรกของผม และกลายเป็นว่าทำให้ผมกลับมาไล่ตามกันดั้มอีกครั้ง(ก่อนหน้านี้รู้จักแต่SD Gundam)
Entry หน้าเจอกับน้องชายที่คลานตามกันมา Crossbone Gundam